รัฐบาลเอโดะ

รัฐบาลโชกุนโทกูงาวะ
徳川幕府
โทกูงาวะ บากูฟุ
รัฐบาลสำเร็จราชการโดยโชกุน

 

ค.ศ. 16031868
 

ธงมะรุนิ มิสึ อะโอะอิ มีใบดอกฮอลลี่ฮ็อคสามใบ
เป็นตราประจำตระกูลโทกูงาวะ
เมืองหลวงเอโดะ
ภาษาภาษาญี่ปุ่น
ศาสนาลัทธิขงจื้อ, ลัทธิชินโต, ศาสนาพุทธ
รัฐบาลรัฐบาลสำเร็จราชการโดยโชกุน
โชกุน
 - ค.ศ. 1603-1605โทกูงาวะ อิเอะยะซุ (คนแรก)
 - ค.ศ. 1867-1868โทกูงาวะ โยชิโนบุ (สุดท้าย)
ประวัติศาสตร์
 - สถาปนาเมืองเอโดะเป็นเมืองหลวงค.ศ. 1603 ค.ศ. 1603
 - การปฏิรูปเมจิค.ศ. 1868 1868
สกุลเงินมง (文, mon)
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น

รัฐบาลเอโดะ (ญี่ปุ่น: 江戸幕府 Edo bakufu) หรือ รัฐบาลโชกุนโทกูงาวะ (ญี่ปุ่น: 徳川幕府 Tokugawa bakufu) เป็นฝ่ายบริหารของประเทศญี่ปุ่นซึ่งใช้ระบอบศักดินา สถาปนาโดยโทกูงาวะ อิเอะยะสุ (徳川家康 Tokugawa Ieyasu) มีผู้ปกครองสูงสุดเป็นโชกุน (将軍 shōgun) ซึ่งต้องมาจากตระกูลโทกูงาวะ (徳川氏 Tokugawa-shi) เท่านั้น ในสมัยที่ประเทศญี่ปุ่นถูกปกครองโดยรัฐบาลโชกุนนั้น จะเรียกว่ายุคเอโดะ (江戸時代 edo-jidai) ตามชื่อเมืองเอโดะ ซึ่งรัฐบาลโชกุนสถาปนาให้เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ ปัจจุบัน คือกรุงโตเกียว (東京 Tōkyō) มีปราสาทเอโดะ (江戸城 Edo-jō) เป็นศูนย์กลางการปกครองตั้งแต่ ค.ศ. 1603 - 1868 จนกระทั่งถูกสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ (明治天皇 Meiji-tennō) ล้มล้างไปในการปฏิรูปสมัยเมจิ (明治維新 Meiji Ishin)

หลังจากยุคเซงโงะกุ (戦国時代 Sengoku-jidai) หรือยุคไฟสงคราม โอดะ โนะบุนะงะ (織田 信長 Oda Nobunaga) และโทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ (豊臣 秀吉 Toyotomi Hideyoshi) ได้ร่วมกันรวมอำนาจสู่ศูนย์กลาง และตั้งเป็นรัฐบาลกลางขึ้นอีกครั้งในยุคอะซึจิ-โมะโมะยะมะ (あづちももやまじだい Azuchi momoyama jidai) ซึ่งเป็นยุคสั้นๆ ก่อนยุคเอโดะ ต่อมา หลังจากยุทธการเซะกิงะฮะระ (関ヶ原の戦い Sekigahara no Tatakai) ซึ่งเป็นการรบครั้งใหญ่ในค.ศ. 1600 การปกครองและอำนาจทั้งหมด ได้ตกอยู่ในมือของโทกูงาวะ อิเอะยะสุโดยเบ็ดเสร็จ และสถาปนาตนเองเป็นโชกุนในปี ค.ศ. 1603 ซึ่งเป็นไปตามประเพณีโบราณ ที่ผู้เป็นโชกุนจะต้องสืบเชื้อสายจากต้นตระกูลมินะโมะโตะ (源 Minamoto)

ในยุคของโทกูงาวะ ต่างจากยุคโชกุนก่อนๆ คือมีการนำระบบชนชั้นที่เริ่มใช้โดยโทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ มาใช้อีกครั้งอย่างเข้มงวด โดยชนชั้นนักรบ หรือซามูไร (侍 Samurai) อยู่บนสุด ตามด้วยชาวนา ช่างฝีมือ และพ่อค้า การใช้ระบบชนชั้นอย่างเข้มงวดและไม่ยืดหยุ่นได้ทำให้เกิดจลาจลมาตลอดสมัย ภาษีที่เรียกเก็บจากชนชั้นชาวนานั้น อยู่ในอัตราคงที่โดยไม่คำนึงถึงอัตราเงินเฟ้อหรือการเปลี่ยนแปลงอื่นๆของค่าเงิน ส่งผลให้รายได้ภาษีที่เรียกเก็บจากชนชั้นซามูไร ผู้เป็นเจ้าของที่ดินมีมูลค่าลดลงเรื่อยๆตลอดยุค ซึ่งสาเหตุนี้ ก่อให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างซามูไรผู้ทรงเกียรติแต่ฐานะทางการเงินต่ำลงเรื่อยๆจากการจ่ายภาษี กับชาวนาผู้มีอันจะกิน เกิดเป็นการปะทะกันหลายต่อหลายครั้งที่เริ่มจากเหตุการณ์เล็กๆรุกลามเป็นเหตุการณ์วุ่นวาย อย่างไรก็ตาม ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงระบบสังคมยุคเอโดะได้ ตราบจนการเข้ามาของชาวตะวันตก

เมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 กลุ่มไดเมียวผู้มีอำนาจ เช่น ตระกูลชิมะสึ (島津氏 Shimazu-shi) ได้ร่วมมือกับสมเด็จพระจักรพรรดิและพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งในสมัยเอโดะเคยทรงเพียงศักดิ์แต่ไร้อำนาจ เพื่อโค่นล้มระบอบโชกุนในโดยสงครามโบะชิน (戊辰戦争 Boshin Sensō) ส่งผลให้เกิดการปฏิรูปเมจิโดยจักรพรรดิเมจิ รัฐบาลโชกุนโทกูงาวะถูกล้มล้างโดยสมบูรณ์ในค.ศ. 1868 โดยมีโทกูงาวะ โยชิโนบุ (徳川 慶喜 Tokugawa Yoshinobu) เป็นโชกุนคนที่ 15 และเป็นโชกุนคนสุดท้ายของญี่ปุ่น จากนั้น ญี่ปุ่นก็เข้าสู่ยุคเมจิ (明治時代 Meiji-jidai)อันมีการฟื้นฟูราชวงศ์มายังเมืองเอโดะ และเปลี่ยนชื่อเป็นกรุงโตเกียวดังเช่นปัจจุบัน

การปกครอง

การปกครองของรัฐบาลโชกุนเอโดะนั้นเรียกว่า บะกุฮัง เทเซ (ญี่ปุ่น: 幕藩体制 Bakuhan teisei) คือระบอบที่ประกอบไปด้วย บากูฟุ (ญี่ปุ่น: 幕府 Bakufu) อันเป็นการปกครองส่วนกลาง และฮัง (ญี่ปุ่น:  han) ซึ่งเป็นการปกครองส่วนภูมิภาค มีลักษณะการปกครองตามแบบระบอบศักดินาสวามิภักดิ์ (Feudalism) คือการที่รัฐบาลส่วนกลางแบ่งสรรปันส่วนที่ดินให้แก่ขุนนางไปปกครอง โดยที่ขุนนางเหล่านั้นมีอำนาจเหนือประชาชนและทรัพยากรในแคว้นของตนเอง โดยที่จะต้องให้กองกำลังทหารแก่รัฐบาลกลางเมื่อร้องขอเป็นการตอบแทน

บากูฟุ

บากูฟุ แปลว่า "ทำเนียบรัฐบาล" หมายถึงระบอบการปกครองที่นำโดยโชกุน โชกุน หรือชื่อตำแหน่งทางการว่า เซอิไทโชกุน (ญี่ปุ่น: 征夷大将軍 Seii Taishōgun) เป็นตำแหน่งที่แต่งตั้งโดยองค์พระจักรพรรดิที่เมืองเกียวโต มอบให้แก่ตระกูลผู้นำซะมุไรที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลมินะโมะโตะโบราณ ซึ่งในสมัยเอโดะนั้นก็คือตระกูลโทกูงาวะ ตำแหน่งโชกุนนั้นเป็นตำแหน่งที่สืบทอดภายในตระกูลโทกูงาวะ ในทางทฤษฏีโชกุนมีหน้าที่รับใช้ราชสำนักเกียวโตในฐานะประมุขของชนชั้นซะมุไรทั้งมวลในญี่ปุ่น แต่ในทางปฏิบัตินั้นโชกุนคือผู้ปกครองมีอำนาจเหนือประเทศญี่ปุ่นที่แท้จริง

ใต้ต่อโชกุนลงมาคือสภาขุนนางทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำชี้แนะแก่โชกุน ประกอบด้วย

  • โรจู (ญี่ปุ่น: 老中 Rōjū) เป็นตำแหน่งขุนนางอาวุโสที่สูงที่สุดรองจากโชกุน ในสมัยของโชกุน โทกูงาวะ อิเอะยะซุ และ โทกูงาวะ ฮิเดะตะดะ มีโรจูจำนวนสองท่าน และในสมัยของโชกุน โทกูงาวะ อิเอะมิสึ เพิ่มโรจูป็นห้าท่าน เป็นกลุ่มขุนนางอาวุโสที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อโชกุน และเป็นผู้กำหนดนโยบาลหลักของบากูฟุในขณะนั้น เป็นสื่อกลางระหว่างไดเมียวแคว้นต่างๆกับโชกุน ตำแหน่งนี้เสื่อมอำนาจลงในสมัยของโชกุน โทกูงาวะ อิเอะสึนะเป็นต้นมา เนื่องจากการแข่งขันอำนาจกับโซะบะโยะนิง
  • ไทโร (ญี่ปุ่น: 大老 Tairō) เป็นตำแหน่งขุนนางอาวุโสที่มีอำนาจเหนือโรจู ตำแหน่งนี้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในค.ศ. 1636 อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งนี้ไม่ได้มีอยู่ตลอดเวลา เป็นการแต่งตั้งในกรณีพิเศษ และต่อมาภายหลังกลายเป็นเพียงตำแหน่งทางพิธีการ
  • วะกะโดะชิโยะริ (ญี่ปุ่น: 若年寄 Wakadoshiyori) ตำแหน่งขุนนางอายุน้อย ทำหน้าที่เป็นข้ารับใช้ส่วนตัวของโชกุน เป็นสื่อกลางระหว่างบากูฟุกับพ่อค้า ช่างฝีมือ และสามัญชน

โชกุน โทกูงาวะ อิเอะสึนะมีนโยบายลดทอนอำนาจของขุนนางอาวุโสในบากูฟุ โดยการดึงเอากลุ่มขุนนางอายุน้อยที่เป็นคนสนิทของตนเรียกว่า โซะบะโยะนิง (ญี่ปุ่น: 側用人 Sobayōnin) เข้ามามีอำนาจในบากูฟุ เป็นผู้กำหนดนโยบายหลักของประเทศแทนที่โรจู นับแต่นั้นมารัฐบาลโชกุนเอโดะจึงตกอยู่ภายใต้อำนาจของคนสนิทของโชกุน

  • บุเกียว (ญี่ปุ่น: 奉行 Bugyō) เป็นหน่วยงานที่ดูแลเฉพาะเรื่อง หรือปกครองเมืองที่ขึ้นตรงต่อบากูฟุ เช่น เอโดะ-มะจิ-บุเกียว ปกครองเมืองเอโดะ คันโจ-บุเกียว ดูแลเรื่องการเงินของประเทศ เกียวโต-โชชิได เป็นผู้แทนของบากูฟุในเมืองเกียวโต

ฮังและไดเมียว

ฮัง คือ แคว้นหรือหน่วยของที่ดินที่บากูฟุมอบหมายให้ขุนนางซะมุไรที่เรียกว่า ไดเมียว ไปปกครอง โดยที่ไดเมียวเหล่านั้นไม่ได้รับเบี้ยหวัดจากรัฐบาลส่วนกลางแต่มีสิทธิ์อย่างเต็มที่ในทรัพยากรและผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ภายในฮังของตน ในสมัยเอโดะฮังและไดเมียวมีสามประเภทได้แก่

  • ชินปัง (ญี่ปุ่น: 親藩 Shinpan) คือ ฮังที่ปกครองโดยไดเมียวซึ่งเป็นเครือญาติหรือสาขาย่อยของตระกูลโทกูงาวะ ชินปังที่สำคัญในสมัยเอโดะได้แก่
  • ฟุได (ญี่ปุ่น: 譜代 Fudai) คือ ไดเมียวที่มาจากตระกูลที่เป็นข้ารับใช้เดิมของตระกูลโทกูงาวะในยุคเซ็งโงะกุ หรือเข้าสวามิภักดิ์ต่อตระกูลโทกูงาวะก่อนยุทธการเซะกิงะฮะระ ซึ่งไดเมียวตระกูลเหล่านี้มีอำนาจและบทบาทที่สำคัญในการปกครองส่วนกลางที่บากูฟุ ตระกุลขุนนางฟุไดที่สำคัญได้แก่
  • โทะซะมะ (ญี่ปุ่น: 外様 Tozama) คือ ไดเมียวที่สืบเชื้อสายมาจากผู้ปกครองแคว้นใหญ่ในยุคเซ็งโงะกุ และถูกผนวกเข้ามาอยู่ในอำนาจของโชกุนโทกูงาวะหลังจากยุทธการเซะกิงะฮะระ ไดเมียวโทะซะมะถือว่ามีฐานะต่ำกว่าไดเมียวฟุไดและถูกกีดกันจากการปกครองส่วนกลาง แต่ไดเมียวโทะซะมะมักจะมีอำนาจมากในแคว้นของตนด้วยอาณาเขตที่กว้างใหญ่และประวัติศาสตร์อันยาวนานภายในพื้นที่ ไดเมียวโทะซะมะที่สำคัญได้แก่

ในค.ศ. 1635 โชกุนโทกูงาวะ อิเอะมิสึ ต้องการที่จะลดอำนาจของไดเมียวโทะซะมะ จึงออกนโยบายซังคิง โคไต (ญี่ปุ่น: 参勤交代 Sankin kōtai) ให้ไดเมียวทุกแคว้นสร้างคฤหาสน์ภายในเมืองเอโดะ แล้วพำนักอยู่ในเมืองเอโดะเป็นเวลาหนึ่งปี สลับกับกลับไปพำนักที่แคว้นของตนอีกหนึ่งปี หมุนเวียนไปเรื่อย โดยที่ภรรยาเอกและทายาทของไดเมียวจะต้องอยู่ในเมืองเอโดะตลอด การเดินทางไปยังเมืองเอโดะและกลับไปยังแคว้นของตนนั้นเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายอย่างมาก สำหรับไดเมียวโทะซะมะซึ่งมักจะอยู่ห่างไกลจากเอโดะ เป็นการตัดกำลังและลดอำนาจ

ภาษาอื่น ๆ
azərbaycanca: Tokuqava sülaləsi
Bikol Central: Shogunato kan Tokugawa
беларуская: Сёгунат Такугава
bosanski: Tokugawa
客家語/Hak-kâ-ngî: Edo mok-fú
magyar: Edo-bakufu
Bahasa Indonesia: Keshogunan Tokugawa
日本語: 江戸幕府
ქართული: ტოკუგავა
한국어: 에도 막부
Bahasa Melayu: Kesyogunan Tokugawa
Nederlands: Tokugawa-shogunaat
português: Xogunato Tokugawa
srpskohrvatski / српскохрватски: Šogunat Tokugawa
Simple English: Tokugawa shogunate
српски / srpski: Шогунат Токугава
svenska: Tokugawa
татарча/tatarça: Tokugawa sögunatı
українська: Сьоґунат Едо
Tiếng Việt: Mạc phủ Tokugawa
吴语: 江户幕府
中文: 江户幕府
文言: 江戶幕府
Bân-lâm-gú: Edo bō͘-hú
粵語: 江戶幕府