คันจิ

บทความนี้เกี่ยวกับการใช้รูปอักษรจีนในภาษาญี่ปุ่น สำหรับการใช้รูปอักษรจีนในภาษาอื่น ดูที่ 漢字

คันจิ ( ญี่ปุ่น: 漢字 Kanji  ?) เกี่ยวกับเสียงนี้  เป็น อักษรจีนที่ใช้ใน ระบบการเขียน ภาษาญี่ปุ่นในปัจจุบัน จัดอยู่ในประเภท อักษรคำ (Logograms) ใช้ร่วมกับ ตัวอักษร อีก 4 ประเภท ได้แก่ ฮิรางานะ (ひらがな, 平仮名 Hiragana) คะตาคานะ (カタカナ, 片仮名 Katakana) โรมะจิ (ローマ字 Rōmaji) และตัว เลขอารบิก

คำว่า "คันจิ" หากอ่านตามเสียงภาษาจีนกลางจะอ่านว่า "ฮั่นจื้อ" มีความหมายว่า ตัวอักษรของชาว ฮั่น อันเป็นชนส่วนใหญ่ของ ประเทศจีน คำว่า ภาษาจีนในภาษาจีนเอง ก็เรียกว่า ภาษาฮั่น ( ภาษาจีนกลาง: 漢語, hànyǔ) เช่นกัน

ประวัติ

ตัว อักษรจีน เผยแพร่มาสู่ประเทศ ญี่ปุ่นโดยผ่านหนังสือต่างๆ จาก ประเทศจีน หลักฐานอักษรจีนที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น คือ ตราประทับทองคำที่ได้รับจาก ฮ่องเต้แห่ง ราชวงศ์ฮั่นตะวันออกใน พ.ศ. 600 ชาวญี่ปุ่นเริ่มเรียนรู้ ภาษาจีนโบราณด้วยตัวเองตั้งแต่เมื่อใดนั้นไม่ปรากฏแน่ชัด เอกสารลายลักษณ์อักษรฉบับแรกของญี่ปุ่นนั้น คือ หนังสือตอบกลับทางการทูตจาก กษัตริย์ทั้งห้าแห่งวา (倭の五王 Wa no go-ō) (วา (倭,和 [Wa]) เป็นชื่อแรกของประเทศญี่ปุ่นที่ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์) ถึง ซุ่นฮ่องเต้ ((劉) 宋順帝) แห่ง ราชวงศ์หลิวซ่ง (劉宋) ของจีน ซึ่งเขียนขึ้นโดย ชาวจีนที่อาศัยในประเทศญี่ปุ่น เมื่อ พ.ศ. 1021 และได้รับการยกย่องว่าใช้สำนวน อุปมาอุปมัยได้อย่างยอดเยี่ยม ต่อมา จักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นทรงก่อตั้งองค์กรที่เรียกว่า “ฟุฮิโตะ” ขึ้นเพื่ออ่านและเขียนภาษาจีนโบราณ ตั้งแต่ คริสต์ศตวรรษที่ 6 เป็นต้นมา เอกสาร ภาษาจีนที่เขียนในญี่ปุ่นมักจะได้รับอิทธิพลจากภาษาญี่ปุ่น ซึ่งแสดงว่าอักษรจีนได้รับการยอมรับโดยทั่วไปในญี่ปุ่น

ในสมัยที่ อักษรจีนเผยแพร่เข้าสู่ ประเทศญี่ปุ่นนั้น ภาษาญี่ปุ่นเองยังไม่มี ตัวอักษรไว้เขียน อักษรจีนหรือคันจิจะถูกเขียนเป็น ภาษาจีน และอ่านเป็นเสียงภาษาจีนทั้งหมด ต่อมาจึงเริ่มมีการใช้ระบบ คัมบุน (漢文 kanbun) คือ การใช้อักษรจีนร่วมกับ เครื่องหมายแสดงการออกเสียง (Diacritic) เพื่อช่วยให้ ชาวญี่ปุ่นสามารถออกเสียงตัวอักษรจีนนั้นๆได้ เมื่ออ่านออกเสียงได้แล้ว ชาวญี่ปุ่นก็จะสามารถเรียงประโยคใหม่ และเติมคำช่วยตามหลัก ไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นที่ตนเองเข้าใจ และสามารถเข้าใจประโยคภาษาจีนนั้นได้ในที่สุด

ในยุคต่อมา เริ่มมีการนำตัว อักษรจีนมาเขียนเป็นประโยค ภาษาญี่ปุ่น โดยใช้ระบบที่เรียกว่า มันโยงะนะ (万葉仮名, まんようがな Man'yōgana) คือ การใช้ตัวอักษรจีนหนึ่งตัวเขียนแทนภาษาญี่ปุ่นหนึ่ง พยางค์ โดยจะใช้ตัวอักษรจีนที่มีเสียงใน ภาษาจีนใกล้เคียงกับพยางค์ของภาษาญี่ปุ่นพยางค์นั้นๆ โดยไม่คำนึงถึงความหมายของอักษรจีนตัวนั้นเลย ระบบการเขียนนี้ปรากฏอยู่ในหนังสือรวมบทกวีชื่อ มันโยชู (万葉集 Man'yōshū) แต่งขึ้นประมาณ พ.ศ. 1302 ใน ยุคนะระ ถือเป็น วรรณกรรมที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ของ ญี่ปุ่น

การใช้ระบบ อักษรพยางค์นี้ ได้พัฒนาไปเป็นอักษร ฮิระงะนะ ซึ่งดัดแปลงมาจากอักษร มันโยงะนะที่เขียนด้วยพู่กันในแบบ อักษรหวัด วัตถุประสงค์เดิมของอักษรฮิระงะนะ คือ เพื่อให้สตรีซึ่งสังคมไม่ยอมได้ให้รับการศึกษาสูงได้อ่านออกเขียนได้ วรรณกรรมใน ยุคเฮอันส่วนใหญ่ที่ผู้แต่งเป็นสตรีถูกเขียนด้วยอักษร ฮิระงะนะ

อักษรพยางค์อีกประเภทหนึ่งของ ญี่ปุ่น คือ อักษร คะตะคะนะ มีต้นกำเนิดคล้ายคลึงกับอักษร ฮิระงะนะ อักษรคะตะคะนะดัดแปลงมาจากอักษร มันโยงะนะเช่นกัน แต่ตัดเฉพาะบางส่วนของอักษรมันโยงะนะมาเป็นอักษรคะตะคะนะหนึ่งตัว อักษรคะตะคะนะกำเนิดใน สำนักสงฆ์ ยุคเฮอัน ใช้เสมือนการย่ออักษรมันโยงะนะเพื่อให้ง่ายต่อพระสงฆ์ในการศึกษาพระคัมภีร์ ดังนั้น ตัวอักษร คะนะ ของญี่ปุ่นทั้งฮิระงะนะและคะตะคะนะ จึงมีต้นกำเนิดมาจากอักษรคันจินี่เอง

ในปัจจุบัน อักษรคันจิใช้เขียนเป็นส่วนหนึ่งของคำ ภาษาญี่ปุ่นมากมาย โดยอักษรคันจิจะเป็น ขั้วคำ หรือหัวข้อของคำ (Word stem) และเติมอักษร ฮิระงะนะ เพื่อ การผันคำให้เป็นทั้ง คำนาม คำวิเศษณ์ และ คำกริยา นอกจากนี้ อักษรคันจิจะใช้เชียนชื่อสิ่งต่างๆ ทั้งชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ ชื่อเมือง ชื่อวิชาหรือศาสตร์ต่างๆ เป็นต้น เพื่อความเป็นทางการ

เนื่องจาก อักษรจีนนั้น มีจำนวนนับไม่ถ้วน ทำให้ยากต่อการเรียนรู้และจดจำ กระทรวงศึกษาธิการของญี่ปุ่นจึงได้ประกาศชุดอักษรคันจิที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เรียกว่า โจโยคันจิ (常用漢字 Jōyō kanji) ซึ่ง ชาวญี่ปุ่นมักจะจดจำอ่านออกเสียงได้ ส่วนอักษรคันจินอกเหนือจากนี้ จะเขียนกำกับเสียงด้วยอักษร โอะกุริงะนะ (送り仮名 Okurigana) ซึ่งเป็นอักษร ฮิระงะนะตัวเล็กๆ กำกับเสียงของอักษรคันจิแต่ละตัว เพื่อให้ทราบความหมายและอ่านออกเสียงได้

ภาษาอื่น ๆ
Afrikaans: Kanji
العربية: كانجي
অসমীয়া: কাঞ্জি
asturianu: Kanji
azərbaycanca: Kanci
žemaitėška: Kandžė
беларуская: Кандзі
български: Канджи
Bahasa Banjar: Kanji
বাংলা: কাঞ্জি
català: Kanji
Cebuano: Kanji
کوردی: کانجی
čeština: Kandži
Cymraeg: Kanji
dansk: Kanji
Deutsch: Kanji
English: Kanji
español: Kanji
eesti: Kanji
euskara: Kanji
فارسی: کانجی
suomi: Kanji
français: Kanji
galego: Kanji
Gaelg: Kanji
עברית: קאנג'י
हिन्दी: कानजी
hrvatski: Kanji
magyar: Kandzsi
interlingua: Kanji
Bahasa Indonesia: Kanji
íslenska: Kanji
italiano: Kanji
Basa Jawa: Kanji
ភាសាខ្មែរ: កាន់ជិ
Latina: Kanji
Lëtzebuergesch: Kanji
lietuvių: Kandži
latviešu: Kandži
Malagasy: Kanji
македонски: Канџи
Bahasa Melayu: Tulisan Kanji
Nāhuatl: Kanji
Nederlands: Kanji
norsk nynorsk: Kanji
norsk: Kanji
occitan: Kanji
ਪੰਜਾਬੀ: ਕਾਂਜੀ (ਲਿਪੀ)
Papiamentu: Kanji
polski: Kanji
português: Kanji
română: Kanji
русский: Кандзи
Scots: Kanji
Simple English: Kanji
slovenčina: Kandži
slovenščina: Kandži
српски / srpski: Канџи
Basa Sunda: Kanji
svenska: Kanji
Tagalog: Kanji
Türkçe: Kanji
українська: Ієрогліфи (Японія)
اردو: کانجی
Tiếng Việt: Kanji
ייִדיש: קאנדזשי
中文: 日本汉字
Bân-lâm-gú: Ji̍t-pún Hàn-jī
粵語: 和製漢字